Breaking News
Home / ข่าวร้อน / เมื่อสองมหาอำนาจ เดินสู่ความขัดแย้ง อาจจะบานปลาย สู่ “สงครามโลกครั้งที่ 3”

เมื่อสองมหาอำนาจ เดินสู่ความขัดแย้ง อาจจะบานปลาย สู่ “สงครามโลกครั้งที่ 3”

ผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ออกคำสั่งกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เพิ่มประสิทธิภาพระบบอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพรัสเซีย ให้สามารถทำลายระบบต่อต้านทางอากาศของศัตรูทุกประเภท และในการประชุมกระทรวงกลาโหมรัสเซีย MOD ครั้งนี้ ผู้นำรัสเซียได้ชื่นชมความสำเร็จของกองทัพในซีเรีย

“เราจำเป็นต้องเพิ่มสมรรถนะของระบบอาวุธนิวเคลียร์ทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบขีปนาวุธที่ต้องมีความสามารถทำลายระบบต่อต้านขีปนาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ทั้งหมดรัสเซียต้องเฝ้าจับตาความเปลี่ยนแปลงอำนาจอย่างใกล้ชิดในสถานการณ์เวทีการเมืองทางทหารของโลก โดยเฉพาะตลอดแนวยาวพรมแดนรัสเซีย และดำเนินแผนการทำให้ภัยคุกคามต่อประเทศของเราสงบในทันที”

ทางด้านนายเซอร์เก ซอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย ได้ออกมายอมรับว่าใช้ซีเรียเป็นที่ทดสอบอาวุธใหม่ให้กับกองทัพรัสเซีย โดยกล่าวว่า กองทัพรัสเซียได้ทดสอบอาวุธทางการทหารสมัยใหม่จำนวน 162 ประเภท ในปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังในซีเรีย รวมไปถึงเครื่องบินรบซูคอย เครื่องบินขับไล่มิก และเฮลิคอปเตอร์ต่อสู้คามอฟ

ส่วนฝากฝั่งของสหรัฐฯ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เมื่อทางด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องผ่านทวิตเตอร์ให้สหรัฐฯเพิ่มแสนยานุภาพทางนิวเคลียร์ โดยทางด้านความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นไม่นานหลังจากผู้นำรัสเซีย สั่งกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ดำเนินการอย่างเดียวกัน

โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวิตไว้ว่า

“สหรัฐฯต้องเสริมความเข้มแข็งและขยายแสนยานุภาพทางนิวเคลียร์ยิ่งขึ้น จนกว่าจะถึงเวลาที่โลกคิดได้ในเรื่องของนุก”

ก่อนหน้านั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งจะได้พบปะกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพหลายคนเพื่อหารือเกี่ยวกับงบประมาณด้านกลาโหม ในนั้นรวมถึงพลอากาศโท แจ็ต เวนสเตน รองเสนาธิการด้านยุทธศาสตร์ป้องปรามและการบูรณาการทางนิวเคลียร์ของกองทัพอากาศ

ปัจจุบันคาดหมายว่าสหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 7,000 ลูก และมีน้อยกว่าทางด้านรัสเซีย อยู่พอสมควร

สถานการณ์ปัจจุบัน น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ทั้งสองประเทศนั้น จะนำพาไปสู่สถานการณ์ ที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่ ถ้าใช่ มันก็อาจจะเป็นคำตอบที่ว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” กำลังจะตามมา

เพราะไม่ใช่เหตุการณ์แรก ที่จะนำพาไปสู่ความขัดแย้งที่สูงขึ้น นับตั้งแต่ ทูตรัสเซีย ถูกฆ่าตายอย่างอุกอาจ กลางกรุงอังการา ประเทศตุรกี

ต่อด้วยสถานการณ์ การคว่ำบาตร รัสเซีย ต่อ ของทางด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งนำมาของการสั่งการปิดช่องทางการทูต ระหว่างรัสเซีย กับ สหรัฐฯ ในทุกรูปแบบ

ดังนั้น สถานการณ์แบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า “วางใจไม่ได้” เพราะมันอาจจะนำไปสู่การบานปลาย สู่สงคราม ครั้งใหม่ ก็เป็นได้

ที่มา : สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์

About Admin News

Check Also

ขาประจำมีเฮ!! จ่ายค่าปรับแค่100เดียว บช.น.สั่งทุกสน. คืนความสุขจัดโปรโมชั่นให้แก่ประชาชน!!

26 ธันวาคม 2559 …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *